SAD STORY...

posted on 29 Jun 2013 14:00 by suebue directory Fiction
(1) ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ ด้วยเสียงนาฬิกาปลุก เขามองหน้าปัดนาฬิกาด้วยสายตาที่เย็นชา ราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่ต้องทำบ่อยๆ จนเกิดความเคยชิน
"แกร๊ก...." เสียงปิดนาฬิกา พร้อมกับที่เขาพยุงร่างกายไปทำกิจวัตรประจำวัน หน้าตาที่ไร้อารมณ์และสายตาที่ดูเศร้าโศก ราวกับว่า ชีวิตของเขาได้เผชิญกับสิ่งที่เลวร้ายมาอย่างหนักหน่วง
 
(2) หญิงสาวในชุดคนไข้ กำลังวุ่นวายอยู่กับการป้อนข้าวป้อนน้ำทารกน้อย เธอโอบอุ้มดูแล ราวกับว่าทารกนั้นเป็นเหมือนกระดาษที่บอบบาง พร้อมจะฉีกขาดได้ทุกเมื่อ ....ถ้อยคำที่พร่ำเพ้อพรรณนาออกมาล้วนบ่งบอกว่าเธอนั้นรักทารกตัวน้อยมากเพียงใด
 
(3)"วันนี้แล้วสินะ..." ชายหนุ่มคิด อีกหนึ่งวันในแต่ละสัปดาห์ที่เขาเว้นว่างจากการทำงาน วันหยุดวันเดียวของเขากับสิ่งที่เขาต้องทำตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ชายหนุ่มถือห่อของขวัญห่อเล็กๆที่ซื้อเตรียมไว้เมื่อหลายวันก่อน ขึ้นรถก่อนที่จะออกเดินทาง....
 
(4)หญิงสาวยังคงนั่งเล่นกับทารกตัวน้อยในสายตาของเธอ...เธอมีความสุข....ราวกับว่าเธอสามารถอยู่อย่างนั้นได้ทั้งวัน...จนกระทั่ง มีสิ่งหนึ่งที่เข้ามาขัดจังหวะ สายตาเธอจับจ้องไปที่ปลายฟากของห้องโถงที่เป็นทางเข้า...ภาพของชายหนุ่มกับห่อของขวัญห่อเล็กๆในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อย....
 
(5)ย้อนไปเมื่อ 4 ปีก่อน....คู่รักคู่หนึ่ง ทั้งคู่คบกันมานาน สุขทุกข์ผ่านมาหลายเหตุการณ์...จนกระทั่งวันหนึ่งทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง....ยิ่งขึ้นเสียง ยิ่งขุ่นเคือง ยิ่งฝ่ายชายโวยวาย ฝ่ายหญิงยิ่งเงียบ....ยิ่งฝ่ายหญิงเงียบ...ฝ่ายชายยิ่งอารมณ์เสียกับอาการเหล่านั้น "ไม่คุยใช่ไหม?...ได้!" ชายหนุ่มผลุนผลันออกจากห้องก่อนที่จะได้ยินเสียงของหญิงสาว.....และเธอยังคงเงียบงัน.....
คืนนั้นหญิงสาวถูกส่งเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการแท้งและตกเลือดอย่างหนัก...ชายหนุ่มเข้าพบหมอเจ้าของไข้ด้วยอาการร้อนรน เขาไม่เคยรู้เลยว่าแฟนสาวของตัวเองได้ตั้งครรถ์...ฝ่ายหญิงไม่เคยบอกเขาเลยเพราะเธอกังวลว่าเขาจะคิดมากไป เพราะสิ่งที่เขารับผิดชอบอยู่นั้นทำให้เขาคิดมากอยู่ทุกวันอยู่แล้ว...เขาเองก็มัวแต่สาละวนอยู่กับงานที่ทำ จนกระทั่งเกิดเรื่องทะเลาะกัน..........และเมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้น....เธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
 
(6) ชายหนุ่มยิ้มให้กับหญิงสาว พร้อมกับเดินไปนั่งตรงข้ามกับเธอ....เฝ้ามองเธอเล่นกับตุ๊กตาผ้าตัวนั้นราวกับว่านั่นคือทารกน้อยของเธอจริงๆ...เขาแกะห่อของขวัญห่อเล็กๆนั้นพร้อมกับบื่นให้เธอ เธอรับมันแล้วสวมใส่ให้กับตุ๊กตาผ้าตัวนั้นอย่างบรรจง...ชายหนุ่มเฝ้ามองเธออย่างตั้งใจ สายตาอันเศร้าหมองคู่นั้น เริ่มมีน้ำตาซึมออกมาโดยที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้สึก...เขาไม่รู้ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะผ่านไปอย่างไรและเมื่อไหร่...เขารู้แค่เพียงว่า เขาจะอยู่ข้างๆเธออย่างนี้...อย่างที่เขาเคยให้คำมั่นสัญญากับเธอไว้ในวันแรกๆที่รักกัน......
 
......แม้ว่ามันจะสายเกินไปก็ตาม......
 

ถ้าเป็นมนุษย์คงต้องทักทายกันว่า “สวัสดีครับ”

........ผมเป็นแมวบ้านหล่อๆตัวนึงที่อาศัยอยู่ในประเทศหนึ่งอยู่แถวเอเชียอาคเนย์...”ประเทศไทย” ที่ๆผมอยู่นั้นเป็นหอพักแห่งหนึ่ง ผู้คนในหอนี้ต่างก็รักแมว หรืออาจจะเป็นเพราะผมน่ารักเลยได้รับความเอ็นดูมากกว่าไอ้ตูบคู่กัดฮ่าๆ แต่ก็อย่างว่าน้อยห้องนักที่จะให้ผมเข้าไปเล่นในห้องของเค้า ยกเว้นเจ้าของห้องสุดท้าย “ห้อง 10/1” ชายหนุ่มใส่แว่น เจ้าของห้องแคบๆ อาศัยอยู่คนเดียว แม้ว่าจะอยู่คนเดียว แต่ก็ยังมีคนเข้าๆ ออกๆ บ้างครั้งคราว.....โดยเฉพาะไอ้หนุ่มรุ่นน้องแกที่ชอบมาแกล้งผม....หนุ่มแว่นและรุ่นน้องเรียกผมว่า “ ไอ้หล่อ” ส่วนหน้าตาผมน่ะหรอครับ ก็หล่อเหมือนชื่อล่ะมั้งนะ ฮ่าๆ ผมชอบไปเล่นที่ห้องแกบ่อยๆ ก็เพราะ แกชอบเปิดแอร์ให้ผมเข้าไปนอนเล่น

เกริ่นมาตั้งนาน เข้าเรื่องกันซะที “ความรัก”.......ใครว่าแมวมีความรักไม่เป็น อย่าครับ อย่าเพิ่งตัดสินใจเพียงแค่ว่าผมเป็นแค่แมว ในเมื่อคุณไม่เคยสื่อสารกับผมได้เป็นภาษาพูดรู้เรื่อง ........แม่นางฟ้าตัวนั้น เธออยู่ตึกฝั่งตรงข้ามกับผม สูงศักดิ์ น่าจะเป็นคำที่เปรียบเทียบเธอ....แมวพันธุ์ไทยแท้ตัวนั้น ......หมาเห่าเครื่องบิน ไม่ใช่สิ แมวมองเครื่องบิน คงเป็นคำนิยามของผม ณ ตอนนั้น วันคืนผ่านไปอย่างมีความสุข(ในการแอบมอง).....

จนกระทั้งวันหนึ่ง อาณาเขตของผม(บริเวณหอนั่นแหล่ะ) ถูกรุกล้ำด้วยแมวต่างถิ่นตัวใหญ่ คนในหอต่างเรียกมันว่า “แมวหมี” ตัวใหญ่ร่างกายเต็มไปด้วยแผลเป็น ผมพยายามรักษาระยะห่างของมันกับผมเอาไว้ ......จนกระทั่งวันที่เส้นคั่นระยะห่างได้แตกออกไป ภาพของมันขณะเกี้ยวพาราสีแม่ดอกฟ้าตัวนั้นทำให้ผมไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป ใครมันจะยอมละวะ เรื่องถิ่นยังพอหยวนๆ แต่เรื่องหญิงนี่ต้องฉะกันซักตั้งล่ะโว้ย เล็งมาตั้งนาน

วันต่อมา....มีแมวไม่เจียมสังขารตัวหนึ่ง ไปท้าสู้กับแมวหมี แน่ล่ะครับ ทฤษฎีปลาใหญ่กินปลาเล็ก.....ผมสู้กับมันไปสองสามยกไม่มีทีท่าว่าจะแพ้ ......แต่ผมก็พลาดท่าจนได้ โดนตบปากฉีกเลือดสาดแพ้ยับไป......ผู้แพ้ก็ได้แต่เดินซมซานกลับไปที่ๆผมสามารถพึ่งพิงได้ .....ห้อง10/1

หลังจากวันนั้น ผมก็ได้แผลเป็นที่ปากหล่อๆมาประดับร่างกายไปเสียฉิบ......ครั้งนี้ผมเสียทั้งถิ่น....และแม่ดอกฟ้าตัวนั้น......ความชอกช้ำที่ต้องเสียคนรัก..ไม่ใช่สิ คนที่แอบรัก มันจุกอก มันทรมานขนาดไหน เธอคนนั้นจะรู้ไหมหนอ... แหม่....พูดซะเป็นคนเชียว

ผมเห็นไอ้แมวหมีกับแม่ดอกฟ้าบ่อยขึ้น....บ่อยขึ้น ยิ่งเห็น ยิ่งเจ็บแปล๊ปที่แผลเป็นทุกครั้ง ผมเริ่มซึมเศร้าลงไปเรื่อยๆ ผมอยากหายตัวไปจากที่ๆแห่งนี้เต็มทน......จนกระทั้งวันนี้ผมตัดสินใจที่จะไปจากที่นี่ในวันที่ฝนพร่ำ...ไปจากที่ๆผมอยู่มาตั้งแต่เกิดขึ้นมาบนโลก.....ผมเดินข้ามถนนเพื่อที่จะไปดูหน้าแม่ดอกฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย....มันก็อดไม่ได้เลยเนอะ

แต่.....ผมยังไม่ทันจะข้ามพ้นถนนไป...ภาพที่ผมเห็นก็เข้ามาจู่โจมหัวใจอย่างจัง....แม่ดอกฟ้ากำลังนัวเนียกับไอ้แมวหมีอย่างมีความสุข.....ผมหยุดอยู่กับที่....ผมอึ้ง....

 

...ไฟสว่างจ้า...เสียงอื้ออึงจนกลบทุกอย่างให้มืดลง.........

 

และแล้วผมก็ได้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตว่า.....”ผมก็แค่แมวตัวนึง”

.......

...........

..............

“ไอ้หล่อหายไปไหนหลายวันแล้ววะพี่” ไอ้หนุ่มอ้วนรุ่นน้อง ถามหนุ่มแว่นรุ่นพี่.....

 

ณ ร้านๆนึงที่ผมมานั่งบ่อยๆ ด้วยว่าร้านนี้ คนไม่ค่อยเยอะนัก บรรยากาศเงียบๆ ไม่แออัดจนเกินไป
ผมมาร้านนี้ต่อเนื่องมาเกือบอาทิตย์แล้ว หลังจากที่ไม่ได้มาเป็นเวลาหลายเดือน
 
วันนี้ผมนั่งจมอยู่กับความคิด เสียงเพลง และหนังสือ จนกระทั้งน้องชายที่มาด้วยบอกกับผมว่า "พี่ ผมขอตัวก่อนนะ ,ผมเลี้ยง" ผมกล่าวขอบคุณและบอกลาน้องชายคนนั้นก่อนที่เขาจะเดินจากไป
 
ผมนั่งจมอยู่กับตัวเองอีกซักพักใหญ่ ผมจึงได้เริ่มสังเกตุสิ่งที่อยู่รอบตัว....ต้นไม้ทางขวามือ มีไฟหลอดเล็กระยิบระยับที่พี่แจ็ค(เจ้าของร้าน)เอาไปใส่ไว้ ผมเพิ่งได้สังเกตุกว่ามันมีอยู่....เพิ่งได้รู้ว่า "มันก็สวยดีนะ"
 
พระจันทร์ข้างขึ้นทางด้านซ้ายมือ แม้ว่ามันจะไม่ได้เต็มดวง แต่มันก็สวยงามกว่าข้างแรมที่มันมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไร...."สิ่งที่สวยงามสำหรับเรา" มันคงไม่ได้อยู่ที่ว่ามันเพอร์เฟคเสมอไป แต่มันน่าจะอยู่ที่เรามีความสุขที่ได้เห็นมันมากแค่ไหน
 
 
อากาศหนาวแล้ว วันนี้ผมไม่ได้พกเสื้อกันหนาวมาด้วย ที่นี่หนาวแล้ว ผมไม่รู้ว่าที่อื่นๆจะเป็นอย่างไรบ้าง....แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกคือ มันคงจะดีกว่านี้ถ้ามี "ใครซักคน" มาแชร์ความรู้สึกนี้ร่วมกัน
 
 
-แป๋วศักดิ์

การ์ตูนบั่นทอนชีวิต #2

posted on 12 Aug 2012 19:11 by suebue in Art directory Cartoon, Diary
ที่จริง มีตอนที่หนึ่งอยู่ แต่เอาให้เข้ากับวันแม่ก่อน เดี๋ยววันหลังเอาตอนที่หนึ่งมาลงใหม่จ๊ะEmbarassed
 

นิยายหมาวัด(2)

posted on 30 Jul 2012 23:51 by suebue in life directory Diary
01:00 am
หลังจากส่งตัวเจ้าสาวเจ้าบ่าวเข้าเรือนหอ.... ผมกลับจากงานเลี้ยงคืนนี้ด้วยความเอื่อยเฉื่อยและล่องลอย
 
กลับมานั่งอยู่ในห้องที่ว่างเปล่า... นึกถึงเครื่องบินลำนั้น ที่ปล่อยให้หมาวัดตัวนี้วิ่งไล่มาหลายปีดีดัก
 
มีหลายครั้งที่ผมเคยได้อยู่ใกล้ๆเธอในฐานะ "เพื่อน" แต่นั่นมันก็เป็นกำแพงที่กั้นความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอเอาไว้
 
หากตอนนั้น ผมได้บอกคำนั้นออกไป ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะได้เป็นเพื่อนกับเธออีกต่อไปหรือเปล่า เธออาจจะรับรักผมและเราเป็นแฟนกัน หรือเธออาจจะปฏิเสธแล้วเลิกเป็นเพื่อนผมเลยก็เป็นได้
 
เรื่องนี้ทำให้ผมคิดหนักมาหลายครั้งหลายครา แต่ในที่สุดผมก็เลือกที่จะไม่พูดมันออกไป
 
เพราะความรู้สึกนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน สำหรับผมมันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาลองเสี่ยง หรือเอามาตัดสินใจทำอะไรออกไป....
 
จนกระทั่งวันนี้ เธอได้เจอเครื่องบินที่อยู่ในระดับเดียวกับเธอ....เครื่องบินลำนั้นที่เข้าห้องหอกับเธอคืนนี้
 
ผมล้มตัวลงไปที่เตียงเน่าๆผุๆ หลับตา...ภาพเก่าๆของเครื่องบินลำนั้นยิ่งปรากฏเด่นชัดขึ้น
 
สภาพของผมตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากหมาขี้แพ้ ที่ต้องซมซานกลับมาตายรัง หมาขี้แพ้ที่มันไม่สามารถเห่าหรือหอนเครื่องบินลำนั้นได้อีกแล้ว
 
สิ่งที่หมาวัดตัวนี้ทำได้ก็คือ...เดินต่อไป...ไปให้ไกลจากเธอ
 
ผมไม่รู้ว่าจะเดินไปได้ไกลแค่ไหน...แต่นั่นก็คือสิ่งที่ผมจะต้องทำต่อไป...
 
..
...
07:00 am
 
ผมลุกจากเตียงเพราะแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านบานกระจก แยงตา....
 
พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว...
ไม่มีเธออีกต่อไปแล้ว...
แต่เมื่อพระอาทิตย์ได้ขี้นแล้ว...
ก็ต้องเดินทางต่อไป....